เพิ่ม traffic ให้เว็บ ด้วย 21 วิธีนี้ มาดูกัน ช่วยได้จริงหรือไม่?

เพิ่ม traffic ให้เว็บ “เราจะเพิ่มยอดคลิกเข้าชมเว็บไซต์ของเราได้อย่างไร” เชื่อว่าเป็นเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการขายออนไลน์ต้องนึกถึงเมื่อมาถึงจุดหนึ่งของการทำอาชีพนี้ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนอาจกำลังลงทุนเวลาและความพยายามในการตั้งค่าร้านค้าและปรับแต่งทุกอย่างเพื่อให้พร้อมต่อการขาย แต่พอเอาเข้าจริงแล้วเพียงแค่เปิดหน้าร้านอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างยอดคลิกเข้าเว็บไซต์ แม้บางทีคุณอาจเห็นการเติบโตที่มั่นคงในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เพราะมีปริมาณการเข้าชมและยอดขายที่สูงขึ้น หรือบางทีคุณอาจประสบความสำเร็จกับกลวิธีกระตุ้นการเกิดยอดเข้าชมเว็บไซต์ด้วยวิธีหนึ่งแล้ว แต่ก็อาจยังสงสัยว่าคุณควรลองใช้กลยุทธ์ใดต่อไปกันแน่

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราจะมาคุยกันถึงการเพิ่มยอดเข้าชมเว็บไซต์สำหรับผู้ขายออนไลน์ในปี 2023 นั่นเอง

ไม่ว่าปัจจุบันผู้ประกอบการกำลังดึงดูดลูกค้าคนแรกหรือคนที่ 1,000 ก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเพิ่มยอด Traffic (ยอดเข้าชม) เข้าเว็บไซต์นั้น ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต หากเว็บไซต์ของคุณได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับการทำ Conversion การได้รับการเข้าชมเว็บเพิ่มขึ้นนั้นก็อาจหมายถึงลูกค้าเพิ่มขึ้นและยอดขายเพิ่มขึ้นก็เป็นได้

เพิ่ม traffic ให้เว็บ ต้องเริ่มตรงไหน 21 วิธีที่ว่ามีอะไรบ้าง มาดูไปพร้อม ๆ กัน

Traffic แม้จะเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ปัจจัยในการทำ SEO แต่ต้องบอกเลยว่า Traffic หรือ ยอดคลิกเข้าชมเว็บไซต์ ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในการผลักดันให้เว็บไซต์ของแบรนด์ถูกจัดอันดับให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีได้ ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักการตลาดหรือนักทำ SEO หลาย ๆ คนจะต้องการเรียนรู้ที่จะเพิ่มยอด Traffic ให้เพิ่มขึ้น

ตอบคำถามนี้ให้ได้ก่อนเริ่มกลยุทธ์เพิ่มยอดชมเข้าเว็บไซต์

สำหรับมุมมองด้านการตลาดนั้น สิ่งที่ง่ายคือ ไม่ว่าจะเป็นการได้มาลูกค้ารายแรกถึงรายที่หนึ่งร้อยก็ตาม เขามาจากวิธีที่คล้าย ๆ กันหมด แต่สำหรับการเพิ่มยอดขายและกำไลจากการที่มี User เข้าชมเว็บไซต์นั้น เราต้องแน่ใจเสียก่อนว่าเราสามารถทำให้ยอด Traffic มีความมั่นคงและเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างลูกค้าได้อย่างแท้จริงมากน้อยแค่ไหน ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ซะก่อน

  • ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีแล้วหรือไม่?

“ผลิตภัณฑ์ที่ดี” หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นดีพอสำหรับผู้ชม (user) ของคุณ และผ่านการวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์ของแบรนด์มาแล้ว

  • มีตลาดเป้าหมายขนาดใหญ่หรือไม่?

ตลาดที่ว่านั้น คือ กลุ่มคนที่ใช้จ่ายเงินไปกับสินค้าชนิดหนึ่งอยู่แล้ว แต่ก็ยังใช้เงินไปกับสินค้าอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับสินค้าแรก ซึ่งแบรนด์ของเรามีตลาดเป้าหมายดังกล่าวหรือไม่?

  • มีตลาดเป้าหมายที่สามารถระบุที่อยู่ได้หรือไม่?

หมายถึง ตลาดที่สามารถระบุตำแหน่งได้ หรือ กลุ่มคนที่มีความต้องการที่คล้าย ๆ กันที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งใช้จ่ายเงินไปกับสินค้าบางอย่างอยู่แล้ว มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่คุณสามารถเน้นได้หรือไม่?

  • มีเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมและน่าสนใจหรือไม่

แม้สินค้าของเราจะมี “ข้อแตกต่าง” ที่ชัดเจนซึ่งตรงกันข้ามกับคู่แข่ง แต่สิ่งที่ไม่ควรละเลยคือการทำให้จุดโดดเด่นนั้นเป็นตัวชูโรงให้เว็บไซต์ของเราน่าสนใจ คำถามคือการเสนอขายผลิตภัณฑ์ของเราโดนใจลูกค้ามากพอที่เขาจะซื้อหรือไม่? เพราะในที่สุด เนื้อหาที่ยอดเยี่ยมจะช่วยให้เราโดดเด่นนั่นเอง

  • มีวิธีต้นทุนต่ำในการเข้าถึงผู้ชมกลุ่มนี้หรือไม่?

เป้าหมายควรเป็นการรักษาต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้าให้ต่ำ มีหลายวิธีที่คุณสามารถเข้าถึงผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าได้หรือไม่

21 วิธีเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ที่นักการตลาดทุก ๆ คนควรทำความรู้จัก

สามารถแบ่งออกได้หลัก ๆ 6 วิธีด้วยกัน ได้แก่…

  • จ่ายเงินเพื่อซื้อแคมเปญโฆษณา
  • มีส่วนร่วมในสื่อสังคมออนไลน์
  • เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ด้วยการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์
  • ดึงดูดลูกค้า Content Marketing
  • ใช้กลยุทธ์ SEO
  • การตลาดแบบดั้งเดิม เช่น ทีวี วิทยุ หรือจดหมาย

โดยจากทั้ง 6 ข้อนี้เราสามารถแบ่งออกเป็นกลยุทธ์ย่อย ๆ ได้ 21 ข้อด้วยกัน ดังนี้..

จ่ายเงินเพื่อซื้อแคมเปญโฆษณา

1. Facebook ads
2. Instagrams ads
3. Pinterest ads
4. Google Ads
5. TikTok Ads

มีส่วนร่วมในสื่อสังคมออนไลน์

6. เริ่มที่เพื่อนและครอบครัว
7. มีส่วนร่วมเชิงรุกบน Twitter
8. โพสต์ร้านค้าไปที่ Reddit
9. สร้างความตื่นเต้นด้วยการแข่งขันและแจกของรางวัล
10. เสนอส่วนลดตามเวลาที่กำหนด
เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ด้วยการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์
11. ส่งตัวอย่างฟรีไปยังอินฟลูเอนเซอร์ของแต่ละแพลตฟอร์ม
12. เข้าถึงบล็อกเกอร์และสื่อ
13. เขียนบล็อกโพสต์ที่มีอินฟลูเอนเซอร์และคำแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์คนนั้น ๆ

ดึงดูดลูกค้า Content Marketing

14. เขียนบล็อกเพื่อให้ข้อมูลหรือแก้ปัญหา
15. ผลิตพอดแคสต์เพื่อเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่
16. ใช้วิดีโอเพื่อให้ความรู้หรือความบันเทิง

ใช้กลยุทธ์ SEO เพื่อสร้างการรับรู้

17. ตั้งชื่อเนื้อหาที่ตรงกับจุดประสงค์ในการค้นหา
18. เขียนคำอธิบายเมตาที่ดึงดูดและน่าสนใจตั้งแต่แรกเห็น
19. ใช้ประโยชน์จากลิงก์ภายใน (Internal Link)
20. เพิ่มคำค้นหาในรูปแบบ Long Tail Keyword ในเว็บไซต์
21. โดดเด่นด้วยตัวอย่างสินค้าและข้อมูลที่สมบูรณ์

กลยุทธ์ไหนดีที่สุดสำหรับธุรกิจของเรา

แหล่งที่มาของยอด Traffic เหล่านี้บางส่วนจะสร้างการเข้าชมที่มีคุณภาพสูงขึ้นสำหรับธุรกิจเฉพาะของเรา แต่บางแหล่งก็อาจสร้างการเข้าชมที่มีคุณภาพต่ำกว่าได้

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณกำหนดเป้าหมายไปยังมืออาชีพรุ่นใหม่ที่สนใจซื้อเครื่องใช้สำนักงานแปลกๆ LinkedIn อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า Pinterest หากกลุ่มเป้าหมายของคุณอายุน้อยกว่า 20 ปี TikTok อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

ความสำเร็จในการรับการเข้าชมเว็บไซต์เกิดจากการเพิ่มการเข้าชมที่เกี่ยวข้องมากที่สุดเป็นสองเท่าที่คุณหาได้ แน่นอนว่า “การเข้าชมที่เกี่ยวข้องมากที่สุดที่คุณพบได้” นั้นเป็นเรื่องส่วนตัวและแตกต่างกันไปสำหรับทุกคน ดังนั้นเรามาแจกแจงกลยุทธ์แต่ละอย่างที่คุณสามารถใช้เพื่อเพิ่มการเข้าชมเว็บกัน
ซึ่งกลยุทธ์ต่าง ๆ จะมีปัจจัยที่เจ้าของแบรนด์ต้องพิจารณา ดังนี้..

  • ประเภทกลยุทธ์: ไม่ว่าแนวคิดจะเป็นตัวสร้างการเข้าชมระยะสั้นหรือระยะยาว กลยุทธ์ระยะสั้นมักเห็นผลเร็วกว่า แต่ต้องมีการบำรุงรักษาหรือลงทุนใหม่มากขึ้น ซึ่งสำหรับกลยุทธ์ระยะยาวนั้น ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์แต่จะยั่งยืนกว่าและต้องการการบำรุงรักษาเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
  • ความยาก: คุณต้องใช้เวลา ทักษะ หรือประสบการณ์มากเพียงใดในกลวิธี
  • ระยะเวลาในการเห็นผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI): ไม่ว่าคุณจะลงทุนเวลา ความพยายาม หรือเงินไปกับกลวิธีกระตุ้นปริมาณการใช้ข้อมูล คุณจะต้องใช้เวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนกว่าที่การลงทุนจะเพิ่มปริมาณการใช้ข้อมูลและยอดขายได้
  • ค่าใช้จ่าย: งบประมาณล่วงหน้าที่คุณจะต้องใช้ในการเปิดตัวกลยุทธ์
  • คุณภาพในการเข้าชม: ปริมาณการเข้าชมทั้งหมดที่สามารถส่งไปยัง

ซึ่งเจ้าของแบรนด์หรือนักการตลาดควรตั้งเป้าที่จะเลือกหนึ่งกลยุทธ์ที่คุณสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอก่อน เพราะหากเราพยายามใช้กลวิธีมากเกินไปในคราวเดียวอาจทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์ตามที่หวัง ดังนั้น ในช่วงแรกควรค่อย ๆ เป็นและค่อย ๆ ไปเสียก่อน

บทความที่น่าสนใจ

แชทบอท Facebook ผู้ช่วยตอบแชทที่แบรนด์ยุค 2022 ควรมี

พึ่งเริ่มลงโฆษณาบน Facebook ควรใช้งบต่อวันเท่าไหร่ดี?

“Clicks” แต่ละประเภทในรายงานโฆษณา Facebook แตกต่างกันอย่างไร?