เพิ่มโอกาสติด AI SEARCH

ด้วยการทำ SEO แบบยุคใหม่

ให้ธุรกิจของคุณแสดงผลในทุกช่องทางการค้นหา

เพิ่มโอกาสติด AI SEARCH

ทำไมต้อง SEO แบบ
"รองรับ AI Search"

เพราะพฤติกรรมการค้นหากำลังเปลี่ยน

วันนี้ลูกค้าไม่ได้หาคำตอบจาก Google เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มใช้ AI Search อย่าง ChatGPT, Perplexity และ Gemini มากขึ้น ซึ่ง AI จะเลือกหยิบข้อมูลจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ การทำ SEO แบบใหม่จึงไม่ใช่แค่การขึ้นอันดับ แต่คือการสร้างโอกาสให้แบรนด์ของคุณปรากฏอยู่ในทุกช่องทางการค้นหา

ผลลัพธ์ที่ได้มากกว่า
"การติดอันดับ"

เราช่วยคุณได้

“SEO ที่ปรับให้เหมาะกับทั้ง Google และ AI”

SEO ยุคใหม่ = สร้างคุณภาพและรองรับ AI

SEO เดิม

SEO AI

ปรึกษาการทำ SEO แบบถูกต้อง
"ได้ที่นี่"

ลูกค้าบางส่วนของ Maxideastudio

ทำ SEO สายขาว โปรโมทเว็บไซต์ของธุรกิจอย่างปลอดภัย และได้เปรียบคู่แข่ง ด้วยมืออาชีพ

ทำ SEO สายขาว โปรโมทเว็บไซต์ของธุรกิจอย่างปลอดภัย และได้เปรียบคู่แข่ง ด้วยมืออาชีพ

ทำ SEO คืออะไร ทำไมต้องทำ? เชื่อว่าเจ้าของแบรนด์หลาย ๆ คนคงได้ยินคำว่า SEO กันมาบ้างแล้วแต่ก็ยังอาจจะสงสัยอยู่ว่าการทำการตลาดด้วย SEO นั้นสำคัญอย่างไรกับธุรกิจของเรา จริงอยู่ครับที่การยิงโฆษณานั้นสามารถสร้างรายได้และสร้างการรับรู้แบรนด์ของผู้บริโภคที่ตรงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำมากกว่า แต่ทำไมหลาย ๆ ธุรกิจก็ยังคงเลือกที่จะทำการตลาดออนไลน์ด้วย SEO อยู่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ SEO ให้มากขึ้นเพื่อให้รู้ว่าธุรกิจของเราเหมาะกับมันอย่างไร

SEO คือ …

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นวิธีการปรับแต่งโครงสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่เว็บไซต์ เป้าหมายคือทำให้กูเกิลมองว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพและมีเนื้อหาที่ตรงต่อความต้องการของผู้ค้นหา. ทำให้เว็บไซต์ของเราอยู่ในอันดับต้น ๆ ของกูเกิลแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย

SEO ทำให้แบรนด์ติดหน้าแรกบน Google มีข้อดียังไง?

เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นจะให้ความสำคัญแก่เว็บไซต์ที่อยู่ 5 อันดับแรกบนหน้าแรกของ Google Ranking เท่านั้นครับ เป็นไปได้ยากมาก ๆ ที่จะกดไปหน้าอื่น ๆ ซึ่งหากมีโอกาสกดไปหน้าอื่นจริง ๆ อย่างเต็มที่ลูกค้าก็จะอ่านเพิ่มเติมเพียงแค่หน้าที่ 2-3 เท่านั้นครับ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเจ้าของแบรนด์จึงมุ่งที่จะให้ Website ของตนเองติดหน้าแรก ๆ กันอยู่เสมอ

ทั้งนี้ การติดหน้าแรกบน Google ยังสำคัญต่อธุรกิจของคุณอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ที่เพิ่มขึ้น,ยอดการสั่งซื้อที่สูงขึ้นตามจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ หรือการส่งผลให้แบรนด์ของเราน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น สร้างภาพลักษณ์ให้แก่แบรนด์ในระยะยาวนั่นเองครับ

ทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดูดี มีความน่าเชื่อถือ

แม้เจ้าของแบรนด์หลาย ๆ คนคิดว่าความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ เน้นทำ SEO ให้ติดอันดับเท่านั้นก็พอ แต่ต้องบอกก่อนเลยครับว่า สำหรับลูกค้าแล้วความน่าเชื่อถือสำคัญเสมอ การที่ Google จัดอันดับ SEO ของแบรนด์เราให้ติดบนหน้าแรกก็ถือว่าทำให้เราดูเป็นแบรนด์ที่ไว้ใจได้ ลูกค้ารู้สึกสบายใจที่จะซื้อ เป็นการสร้างแบรนด์ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ส่งผลดีในอนาคต

เพิ่มฐานลูกค้าจาก Website

หากทางแบรนด์มีการวางแผนที่ดีในการทำ SEO ในระยะยาวที่ดีและถูกต้อง สิ่งที่เราจะได้แน่ ๆ ก็คือยอดจำนวนคนที่เข้ามาใน Website ของเราอย่างมหาศาล เพราะสำหรับผมนั้นการทำ SEO ที่ดีต้องไม่เน้นการติดอันดับประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น แต่ต้องเน้นการใช้ Main Keyword ที่ต้องตรงกับกลุ่มของลูกค้าอย่างแท้จริง เพราะ Keyword จะเป็นเครื่องมือที่สร้างยอดลูกค้าบน Google ที่ยาวนานอย่างแท้จริง

ลดต้นทุนการยิง ADS

เนื่องจากในปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดออนไลน์นั้นสูงมากและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากมีการแข่งขันที่สูง ยิ่งใครได้ CPM เยอะเท่าไร มุลค่าของคำนั้น ๆ ก็จะยิ่งแพงมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น SEO จึงมาตอบโจทย์ในเรื่องของการประหยัดต้นทุนในการยิงโฆษณาและสามารถสร้างยอดขายได้แม้อยู่ภายใต้ทรัพยากรทางการเงินที่จำกัด

SEO สายขาว สายเทา และสายดำ ต่างกันยังไง?

SEO สายขาว สายเทา และสายดำ ต่างกันยังไง?

การทำ SEO นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายสายครับ ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจเคยได้ยินคำว่า SEO สายขาว สายเทา และสายดำ กันมาบ้าง ซึ่งทั้ง 3 อย่างมีความแตกต่างกันดังนี้ครับ

SEO สายขาว

คือ การทำ Off-Page SEO ตามกฎและกติกาของ Google Guideline เพื่อให้เว็บไซต์มีคุณภาพ โดยการทำ SEO เช่นนี้ จะเน้นที่คุณภาพของเว็บไซต์เป็นหลัก เพื่อสร้างเนื้อหาเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ให้ผู้อ่านและช่วยให้ Google Bot อ่านเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ตอบโจทย์ผู้อ่านได้อย่างดี ที่สำคัญก็คือ Backlink ต้องมีคุณภาพ บนเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อช่วยให้หน้าเว็บของคุณมีอันดับที่ดีขึ้นบนหน้า Search Engine

SEO สายดำ

เป็นการทำ SEO ที่ไม่ทำตามกติกาของ Google ครับ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแหกกฎและข้อห้ามของ Google เพื่อไต่อันดับบนหน้า Ranking เท่านั้นโดยไม่ค่อยคำนึงถึงเนื้อหาในบทความเท่าไหร่ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือผู้บริโภคหรือไม่ โดย SEO สายดำจะอาศัยประโยชน์จากช่องโหว่ของอัลกอริทึมของ Google จะเน้นการเก็บข้อมูลของ Bot มากกว่าการตอบโจทย์ผู้อ่านโดยตรง ทำให้อันดับของเว็บไซต์เลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดีครับ SEO สายดำก็มีความเสี่ยงที่จะถูก Google จับได้ และโดนลงโทษอยู่มาก โดย Google อาจทำให้หน้าเพจนั้นไม่แสดงผล อันดับตก หรือโดนแบนจากการค้นหาไปเลยก็เป็นได้ เพราะ Google นั้นมีการปรับเปลี่ยนและการพัฒนาอัลกอริทึมอย่างต่อเนื่อง ในการที่จะป้องกัน Blackhat SEO และช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างดีที่สุดนั่นเองครับ

SEO สายเทา

เป็นประเภทที่หลายคนน่าจะได้ยินชื่อกันมามากที่สุดครับสำหรับ SEO สายเทา หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เกี่ยวกับการทำงานของ SEO สายนี้ก็คือการนำวิธีการทำงานของ SEO สายขาวและสายดำเข้าด้วยกัน คือเน้นการทำตามกฎของ Google เหมือนสายขาวแต่ก็มีการใช้ประโยชน์จาก Gap ของ Google Algorithm ในการไต่อันดับบนหน้า Search Engine เหมือนสายดำ ผลของมันก็คือ SEO สายเทาจะเห็นผลในเรื่องของการไต่อันดับเร็วกว่าสายขาวและมีความเสี่ยงน้อยกว่าสายดำที่จะโดนแบนจาก Google นั่นเอง เทคนิคที่นิยมใช้คือ การทำเนื้อหาและทำการทำ backlink สร้าง PBN การ Redirect SPAM เนื้อหา ปัจจุบันจึงมีหลาย ๆ เว็บไซต์ที่ทำ SEO สายเทาอยู่ไม่น้อยครับ ส่วนใหญ่เว็บที่มักจะทำสายเทามักจะเป็นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย, เว็บพนัน, เว็บที่ขายสินค้าผิดกฎหมาย ถึงแม้ว่าจะเป็นวิธีที่ใช้หลบหลีก Google Algorithm ได้ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อ Google ปรับปรุง Algorithm ก็สามารถทำให้เว็บของคุณถูกลงโทษ และมีสิทธิ์ถูกแบนได้เช่นเดียวกับสายดำ

ทำไมธุรกิจของคุณต้องทำ SEO สายขาว?

จากที่ทุก ๆ คนพอทราบกันเบื้องต้นไปแล้วว่า SEO แต่ละสายมีความแตกต่างกันอย่างไร ผมเชื่อว่าก็พอจะเห็นข้อดีและข้อเสียของแต่ละสายได้อย่างชัดเจนแล้วเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีครับแม้การทำ SEO สายดำและเทานั้นจะสามารถพา SEO ของเราถูกจัดอันดับสูง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าหากผมจะแนะนำ การทำสายขาวเป็นรูปแบบของ SEO ที่น่าทำที่สุดครับเพราะแม้จะช้าหน่อย แต่ความมั่นคงและโอกาสที่จะโดนแบนนั้นไม่มีเลยครับ ดังนั้น หากเจ้าของแบรนด์ท่านใดที่ต้องการจะให้อันดับเป็นไปตามที่คาดหวังและมีความน่าเชื่อถือ อยู่กับเราได้นาน ๆ SEO ที่ตอบโจทย์ที่สุดคือสายขาวครับ

ทำไม SEO จึงเหมาะกับธุรกิจของคุณ

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจกลุ่มโรงงาน OEM, SMEs, E-Commerce ก็ต่างเริ่มทำการตลาดออนไลน์ด้วย SEO กันแล้ว

 

โดยหากมองการตลาดออนไลน์ในหลายปีก่อน เจ้าของแบรนด์อาจมองว่าวิธีการเพิ่มลูกค้าที่เสถียรที่สุดนั้นมาจากการยิงโฆษณา เพราะสามารถดึงยอดจากผู้บริโภคที่ตรงกลุ่มได้อย่างแม่นยำ เพราะสามารถทำให้ผู้ที่กำลังสนใจสินค้าของเราเห็นได้ง่ายกว่าและรวดเร็ว เหรือที่เรารู้จักกันในนาม “การตลาดเชิงรุก”

 

อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปด้วย จากที่เคยเห็นโฆษณาแล้วตัดสินใจซื้อทันทีก็ยังไม่ซื้อ เพราะต้องการหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อน ว่าสินค้านั้น ๆ ดีจริงหรือไม่ นอกจากข้อมูลสินค้าแล้วก็อาจจะหาข้อมูลเชิงรีวิวจากผู้ใช้คนอื่น ๆ ด้วย ดังนั้นที่ที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ในการไปหาข้อมูลดังกล่าวก็คือ Google นั่นเอง

 

ด้วยปัจจัยจากพฤติกรรมผู้บริโภคดังกล่าว จึงสอดคล้องกับเหตุผลที่ว่า หากสินค้าของคุณมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือมีข้อมูลน้อยก็อาจทำให้ลูกค้าเกิดความลังเลเพราะแบรนด์ไม่มีความน่าเชื่อถือพอที่จะทำให้ตัดสินใจซื้อได้ สิ่งที่แบรนด์ต้องทำคือการสร้าง Branding บน SEO เพื่อสร้างความไว้วางใจให้แก่ลูกค้ามากขึ้นและเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดีขึ้นด้วยในเวลาเดียวกันครับ

4 เหตุผลว่าทำไมคุณต้องทำ SEO เพื่อสร้างยอดให้ธุรกิจของคุณในระยะยาว

เมื่อเห็นความสำคัญของ SEO ต่อธุรกิจของคุณไปพอสังเขปแล้ว ผมจึงขอแจกแจงเหตุผลของการทำ SEO เพื่อการต่อยอดธุรกิจของคุณในระยะยาวเพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น ดังนี้ครับ

1. เพราะ SEO สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แบรนด์

จากที่ได้กล่าวไปในช่วงต้นครับว่า ลูกค้าจะซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ดูน่าสนใจและน่าเชื่อถือเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการที่แบรนด์ของคุณมีข้อมูลสินค้าอยู่บน Google Search แถมหากติดในหน้าต้น ๆ ก็ยิ่งทำให้โอกาสในการตัดสินใจซื้อของลูกค้ายิ่งเพิ่มทวีคูณ ทั้งนี้สำหรับลูกค้าบางคนที่อาจจะกดเข้ามาอ่านข้อมูลสินค้าแต่ยังไม่ซื้อในทันที ก็อาจกลับมาซื้อในอนาคตได้เพราะการ Branding ที่ดีจะทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของคุณได้และกลับมาซื้อสินค้าในอนาคต

2.SEO เพิ่มฐานลูกค้าได้ในระยะยาว

เนื่องจากการทำการตลาดด้วย SEO นั้นสามารถเพิ่มยอดลูกค้าได้จากการค้นหาข้อมูลบน Google ผ่านการเสิร์ชด้วย Keyword ที่ผู้บริโภคมักใช้ค้นหา ดังนั้นการที่จะทำ SEO ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือต้องเลือก Keyword ที่มั่นใจแล้วว่าสามารถสร้างยอดและฐานลูกค้าได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ได้มากที่สุด

3.ยอดขายสูงขึ้น จากการทำ SEO โดยไม่ง้อโฆษณา

คงไม่ผิดอะไรที่เจ้าของแบรนด์จะคิดว่าการยิง Ads เป็นการทำการตลาดแบบได้เงินกลับมา แต่จะผิดถนัดหากคิดว่า SEO ทำไม่ได้ เพราะแท้จริงแล้ว SEO สามารถสร้างรายได้ได้ถึง 2-3 เท่าทีเดียวครับเพราะสามารถหาลูกค้าแบบ Organic ได้นั่นเอง ทั้งนี้เจ้าของแบรนด์สามารถนำจำนวนของคนที่เข้า Website ของทางแบรนด์ไปยิงแอดแบบ Re Marketing (ยิงโฆษณาหาเฉพาะลูกค้าที่เข้ามายังเว็บไซต์) ได้ ซึ่งนอกจากจะได้กลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างตรงแล้วก็ยังประหยัดงบในการยิงโฆษณาอีกด้วย (ขึ้นอยู่กับแต่ละธุรกิจ)

4.ต่อยอดแผนธุรกิจในระยะยาวด้วย SEO

จากข้อมูลที่ผมกล่าวมา หลาย ๆ คนอาจเห็นแล้วว่าการยิงแอดนั้นเป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบกับการตลาดเชิงรุง เพราะยิงปุ๊บก็ติดปั๊บ ลูกค้าเห็นโฆษณาแน่นอน แต่การทำโฆษณานั้นมีช่วงเวลาของมันครับ หากเงินในการใช้ยิงหมดโฆษณาที่เราตั้งไว้ก็จะหายไปจากหน้า Google ทันที ถือว่าเป็นการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยเงินแบบมีเวลาจำกัด แต่หากแบรนด์ไหนที่ทำการตลาดแบบ SEO และทำแบบสายขาวอย่างถูกต้องแล้วด้วยก็จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว แม้จะไม่ได้ยิงแอดแต่ก็ยังมีลูกค้าเข้ามาใน Website อยู่ แถมยังไม่ต้องเสี่ยงต่อผลกระทบหาก Ads มีปัญหาด้วย

ระวัง! อย่าโดนหลอกให้ทำ SEO แบบไร้คุณภาพ

คาดว่าเจ้าของแบรนด์หลาย ๆ ท่านต้องเคยเจอโฆษณาชวนเชื่อที่ว่า ทำ SEO การันตีติดหน้า 1 ภายใน 3 เดือน! บอกได้เลยครับว่าไม่เป็นความจริงตามที่กล่าวอ้างครับ เพราะตามที่ผมได้แจ้งไปแล้วเบื้องต้นว่า SEO ไม่ใช่การทำการตลาดใน Concept ใจเร็วด่วนได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๆ คือ 6 เดือน ดังนั้น อย่าหลงเชื่อว่าสามารถติดหน้า 1 ได้ใน 3 เดือนครับ ยกเว้นแต่ว่าธุรกิจของคุณจะไม่มีคู่แข่งเลย

ทำไมคุณถึงไม่ควรทำ SEO สายดำ หรือ “SEOทางลัด”

นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจหลายๆ คน มักจะชอบเห็นผลลัทธ์ทางการตลาดเร็วๆ ดังนั้นทำให้หลายคนรู้สึกว่า การทำ SEO สายขาว จึงมักจะเลือกไปใช้แบบสายดำมากกว่า ซึ่งนั่นเราไม่แนะนำนให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยครับ เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ SEO สายดำมีความเสี่ยงครับ หแม้จะทำให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็วก็จริง อาจจะใช้เวลาเพียง 1-2 เดือนเท่านั้น แต่ถ้าหากโดน Google จับได้และลงโทษขึ้นมา เว็บไซต์ของลูกค้าจะบอบช้ำมาก ๆ อาจจะกลับเข้ามาได้ยากหรือไม่สามารถกลับเข้ามาบนแพลตฟอร์มของ Google ได้อีกเลย ดังนั้นทำให้เราไม่ทำให้ลูกค้าอย่างเด็ดขาด และหากลูกค้าเจอบริษัทที่ไหนบอกลูกค้าว่า สามารถทำ SEO สายขาวแบบติดเร็ว ๆ แนะนำให้หนีไปให้ไกล!! เพราะนั่นคือสายดำอย่างแน่นอน และเป็นการทำตลาดที่ทำร้ายลูกค้าในระยะยาวและส่งผลเสียต่อแบรนด์ด้วยครับ

SEO VS SEM คืออะไร แบบไหนดีกว่ากัน?

จากที่ทราบกันไปแล้วครับว่า SEO คือการปรุงแต่งเนื้อหาให้ถูกใจ Google เพื่อที่จะได้ถูกจัดอันดับให้อยู่ในตำแหน่งต้น ๆ บนหน้า Search Engine ดังนั้น การทำ SEM หรือ Search Engine Marketing ก็คือการทำตลาดเชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มบนสื่อออนไลน์ เช่น Google เป็นต้น

 

โดยหากพูดให้เห็นภาพได้ง่ายก็คือ เมื่อลูกค้ากดค้นหาคำ Keyword ที่เราใช้ โฆษณาของแบรนด์เราก็จะปรากฏขึ้นมาด้วย โดยนอกจากนี้การทำ SEM ก็ยังสามารถช่วยให้ Website ของเราติดอันดับแรกบนหน้าค้นหาของลูกค้าทุกครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การทำ SEM จะเสียค่าใช้จ่ายให้บริการดังกล่าวทุก ๆ ครั้งที่มีลูกค้า Click เข้ามาในเว็บไซต์ (เสียค่าใช้จ่ายตามจำนวนคลิก)

 

ยกตัวอย่างเช่น Keyword ที่เราใช้มีราคาในการทำ SEM ประมาณ 20 บาท เมื่อมีคนกดเข้ามาใน Website 5 คน เราก็จะต้องเสียค่าบริการ 100 บาท เป็นต้น

 

สรุปเลยก็คือ SEM นั้นคือการยิง Ads ชนิดหนึ่งนั่นเอง แต่ต่างกับ SEO ตรงที่ว่าเจ้าของแบรนด์จะต้องจ่ายเงินอยู่ตลอดเพื่อรักษาอันดับของ Website เพื่อให้ผู้ที่สนใจในสินค้าของแบรนด์ได้เห็นอยู่เสมอ ซึ่งการทำ SEM นี้ไม่สามารถการันตีได้ครับว่าผู้ที่ Click เข้ามาใน Website จะตัดสินใจซื้อสินค้าของแบรนด์หรือไม่ ซึ่งหากวันไหนเจ้าของแบรนด์มีงบไม่มากนัก เช่น หากมีเพียง 100 บาทในการยิง Ads ในวันนั้น ก็จะได้จำนวนผู้ที่กดเข้ามา 5 คนเท่านั้น ซึ่ง 5 คนนี้ก็อาจจะตัดสินใจซื้อเพียง 2 คน หรือในกรณีที่แย่ที่สุดก็คือไม่ซื้อเลยก็เป็นได้ อีกทั้งก็รับประกันยอดขายไม่ได้อีกด้วย

 

แต่สำหรับ SEO นั้น แม้จะต้องใช้เวลาในการจัดอันดับหรือโอกาสที่ลูกค้าจะเห็นเว็บไซต์ได้น้อยกว่าการทำ SEM แต่ถ้าหากทางแบรนด์วางแผนในการทำ SEO ได้อย่างรอบคอบ ตรงจุด และมีเนื้อหาที่แข็งแรงมากพอ ก็จะสามารถทำให้ SEO ของทางแบรนด์ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าแรก ทำให้ลูกค้าเห็นเว็บไซต์ได้เช่นกัน และแม้จะมีคนคลิกเข้ามาแต่ไม่มีคนซื้อทางแบรนด์ก็ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ เพราะไม่ได้เสียเงินยิงโฆษณาไปอย่างเสียเปล่านั่นเองครับ และแม้จะมีเงินมากแค่ไหนก็ไม่มีใครสามารถซื้อตำแหน่งบนหน้า Search ไปจากคุณได้อีกด้วย ยกเว้นคู่แข่งที่ทำเนื้อหาที่ดีและมีคุณภาพมากกว่าเราครับ เรียกได้ว่าเป็นการแข่งที่เนื้องานของจริง

ขั้นตอนการทำงานของ Maxidea ในการดูแล SEO ทำอย่างไร?

ขั้นตอนการทำงานของ Maxidea ในการดูแล SEO ทำอย่างไร?

หากเจ้าของแบรนด์ท่านใดที่กำลังสนใจในการทำ SEO แต่ยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญในการช่วยทำ SEO สามารถให้ทางทีมของเรานั้นช่วยดูแลได้ โดยจะเน้นการทำ SEO สายขาวเท่านั้น ไม่แหกกฎ Google ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยง เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณถูกจัดอันดับอย่างมั่นคง โดยทางทีมของเรานั้นมีขั้นตอนการทำงาน ดังนี้

นัดหมายเพื่อพูดคุย

ขั้นตอนแรกจะเป็นการพูดคุยและวิเคราะห์เชิงธุรกิจก่อนครับ มาปรึกษาและพูดคุยกันถึงรายละเอียดของธุรกิจของเจ้าของแบรนด์ว่ามีอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็เริ่มวางแผนและพูดคุยในมุมของ SEO ตั้งแต่ Before-After result ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน อย่างไรบ้างเพื่อให้เจ้าของแบรนด์เห็นภาพและสามารถร่วมตัดสินใจได้

Keyword Analysis

หลังจากการประชุมและทราบข้อตกลงและมีความเข้าใจตรงกันแล้ว ทางทีมจะเริ่มทำการวิเคราะห์ Main Keyword (Keyword หลัก) ที่เกี่ยวข้องกับทางธุรกิจเพื่อดึงกลุ่มลูกค้าในทุก ๆ ระดับจาก Maxidea ในการทำให้เจ้าของแบรนด์เห็นภาพรวมของการทำ SEO เสียก่อนว่าท้ายที่สุดแล้วธุรกิจของเจ้าของแบรนด์นั้นจะได้อะไรจากทีมเราบ้าง

กำหนด Site Structure

เป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างสำคัญครับสำหรับการทำ SEO เนื่องจากการปรับปรุงคุณภาพโครงสร้างของ Site ไม่ว่าจะเป็นเว็บเก่า (กรณีที่เจ้าของแบรนด์เคยทำเว็บไซต์อยู่แล้ว) หรือเว็บใหม่ (กรณีที่ยังไม่เคยทำเว็บไซต์เลยหรือเพิ่งเปิดได้ไม่นาน) ก็สำคัญทั้งสิ้นครับ เพราะการทำ Site Structure ให้คลีนจะทำให้เรามั่นใจได้ว่า SEO ของเรานั้นจะถูกจัดอันดับบนหน้า Search Engine 100%

Operating

ดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้ ระหว่างนี้จะมีการพูดคุยอัปเดตงานกับเจ้าของแบรนด์ตลอดระยะสัญญา

Performance Report

Performance Report

สำหรับธุรกิจที่สามารถทำ SEO ได้ดีคือธุรกิจที่เน้นการ Branding ไปด้วย เพราะส่วนใหญ่แล้วเจ้าของแบรนด์ต่าง ๆ จะเน้นไปที่การทำยอดซะมากกว่า ซึ่งไม่ได้ผิดอะไรครับ คนขายของก็ต้องหวังยอดเป็นธรรมดา แต่การสร้างตัวตน สร้างรากฐานให้แก่แบรนด์บนการตลาดออนไลน์ก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะเป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่แบรนด์ในระยะยาว

 

สิ่งสำคัญคือทางแบรนด์เองต้องมีความใจเย็น ไม่ควรเร่งผลลัพธ์ของการทำ SEO จนมากเกินไป เพราะโดยปกติแล้วต้องใช้เวลาอย่างต่ำประมาณ 6-12 เดือนครับกว่าจะเห็นผลที่ชัดเจน ดังนั้นเจ้าของแบรนด์ต้องเข้าใจในธรรมชาติและหลักการทำงานของมันด้วย เพราะนอกจากคู่แข่งจะมาจากด้านธุรกิจแล้ว คู่แข่งคนสำคัญของเราอีกคนหนึ่งก็คือ Google นั่นเอง เพราะตามที่ผมได้บอกไปครับว่า Google จะเปลี่ยนแปลง Algorithm อยู่เสมอ ทำให้อันดับปรับเปลี่ยนตลอดเวลา เราจึงต้องใจเย็นกับมันมาก ๆ ครับ

 

สรุปเลยก็คือ การทำ SEO ก็คล้าย ๆ กับการปลูกต้นไม้ครับ ต้องค่อย ๆ ให้เวลาให้มันได้เติบโตเรื่อย ๆ เข้าใจในธรรมชาติของมันและรู้หลักในการเลี้ยง เท่านี้ต้นไม้ก็จะงอกงามตามเวลา

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?

เน้นย้ำอีกรอบครับว่า SEO เป็นการทำการตลาดที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี ถึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ยิ่งใช้ Keyword ที่มีการแข่งขันสูงมากท่าไร ก็ยิ่งใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น แต่สามารถดูแนวโน้มและทิศทางของเว็บได้ภายใน 3-4 เดือนแรก ดังนั้นหากบริษัทไหนบอกว่า สามารถช่วยทำ SEO ให้คุณประสบความสำเร็จภายใน 1-2 เดือน คุณกำลัีงโดนหลอก เพราะความเป็นจริงแล้วไม่สามารถทำได้แน่นอน

ถ้าหยุดทำ SEO อันดับจะร่วงไหม?

หากเว็บไซต์ของคุณมีการทำ SEO ที่ถูกต้องมาเสมอ อันดับของเว็บไซต์ของเว็บของลูกค้านั้น จะสามารถติดอันดับในระยะยาวได้ครับ

สินค้าอาหารเสริมบำรุงสตรี-ท่านชาย

ร้านทอง เพชร เครื่องประดับ

คลินิกกายภาพบำบัด

FAQ คำถามที่พบบ่อยในเรื่องการทำ SEO

SEO แบบของเดิมจะโฟกัสที่การทำอันดับบน Google เป็นหลัก แต่การทำ SEO AI จะเป็นการวางกลยุทธ์แบบอัปเกรดที่จะวางแผนการคิดเนื้อหาและโครงสร้างที่เพิ่มโอกาสให้ถูกนำไปอ้างอิงบน AI Search เช่น ChatGPT , Perplexity , Gemini ฯลฯ ซึ่งช่วยเพิ่มการมองเห็นในหลายแฟลตฟอร์มมากขึ้น

ไม่เลยค่ะ ในทางกลับกันเว็บไซต์ของคุณจะได้รับความน่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักได้มากกว่าเดิม เพราะ AI จะดึงข้อมูลเฉพาะเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือมาอ้างอิง หากเว็บไซต์ของคุณได้รับการเลือกให้แสดงผลการค้นหาบนนั้น ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสที่ทำให้ลูกค้าเห็น ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และมีโอกาสกดเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณเพิ่มอีกด้วย

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องพึ่งการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ เช่น ร้านทอง คลินิก สถานบันการศึกษา อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจ B2B และแบรนด์ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ

ควรทำมากค่ะ ยิ่งหากธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจทีต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะ AI มักจะเลือกอ้างอิงกับเว็บไซต์ที่มีความรู้เฉพาะทางและมีข้อมูลที่ครบถ้วน ดังนั้นเว็บไซต์ของธุรกิจเล็ก ๆๅ หากโฟกัสที่เนื้อหาคุณภาพก็สามารถติดการค้นหาได้เช่นกัน

สามารถทำได้แน่นอนค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น การที่เว็บไซต์ของคุณมีพื้นฐาน + โครงสร้างการทำ SEO ของเดิมที่แน่นมาก ๆ อยู่แล้วจะยิ่งทำให้การทำ SEO AI ยิ่งเพิ่มโอกาสการมองเห็นผลชัดได้มากขึ้น

การทำ SEO AI จะไม่ได้เห็นผลโดยทันที แต่จะต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน – 1 ปี (แล้วแต่ธุรกิจเว็บไซต์)ในการสร้างความน่าเชื่อถือและถูกระบบจัดอันดับก่อน จากนั้นถึงจะต่อยอดไปสู่การถูก AI Search อ้างอิง ซึ่งผลลัพท์ของการทำเช่นนี้จะยั้งยืนมากกว่าการทำ SEO แบบทางลัดที่เน้นการอัดเนื้อหาเยอะ ๆ หรือทำ Backlink จำนวนมาก

คุณอาจพลาดโอกาสการมองเห็นบน AI Search ที่กำลังเติบโต ซึ่งนั่นหมายถึงคุณกำลังเสียพื้นที่การมองเห็นให้พื้นที่คู่แข่งในยุคที่ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลผ่าน AI มากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง

เริ่มต้นปรับเว็บไซต์ของคุณให้
พร้อมสำหรับ AI Search วันนี้

Dpoint Holdings Co.,Ltd (Maxideastudio)

344 ซ.สุคนธสวัสดิ์ 14 ลาดพร้าว Bangkok Thailand

Call (+66) 095-7922929

www.maxideastudio.com

ชัยพร อุดมชนะโชค

Founder Of Maxideastudio
Digital Marketer l Content Creator l Speaker

© 2025 MaxideaStudio. All Rights Reserved.